โรคประจำตัว

posted on 13 Oct 2011 16:23 by pariface
 
                               (" R.I.P. ME "  งานภาพพิมพ์ ETCHING mix media )
 
 
 
 
 
 
 ในวันฝนพรำ(นัยน์ตา)
เหนื่อยจนสุดใจ
ท้อมาก ทรมาน
แต่หยุดเดินไม่ได้.
 
 
 
น้ำฝนโปรย
น้ำตาซึม
ใจอ่อนแรง.
 
 
 
ความสุข
ความทรมาน
ความทุกข์
ความเหงา.
 
 
 
เพื่อนสนิท
เจอกันทุกวัน
น้ำตา.
 
 
 
ฝนมาแล้ว
มืดดำส่งเสียงหวีด
ลมแรง
น้ำตาซึม.
 
 
 
อะไรทำให้เศร้า
อดีต?
อะไรทำให้เหงา
อดีต?
อะไรคือสาเหตุ
อดีต?
อะไรกันแน่ ฤ
ตัวเอง.
 
                                                                                               (น้อย ลำพัง)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 13 Oct 2011 16:32:39 by FAlLse

edit @ 13 Oct 2011 16:33:50 by FAlLse

พี่ชาย..

posted on 10 Sep 2011 21:20 by pariface

         เคยเป็นเหมือนกันมั้ย ? ที่มีคนๆนึงที่ ไม่ชอบเลยที่จะต้องตื่นเช้ามาด้วยกัน เข้านอนด้วยกัน ทะเลาะกันทุกวัน โกรธกันทุกวัน เหม็นขี้หน้ากันทุกวัน  แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราเบื่อและเกลียดมากเมื่อก่อนนั้น  มันเป็นสิ่งที่เราโหยหามากที่สุด

ทุกอย่างหายไปอย่างไม่มีวันเรียกร้อง หรืออ้อนวอนให้กลับมาได้อีกแล้ว...

ตั้งแต่ปี 47 ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กผู้หญิงคนนึง

ตัดผมเท่าติ่งหู เค้าชอบแซวเราบ่อยๆว่าเป็นไอ้เด็กเอ๋อ

ไม่มีคาง ชอบเดินหลังค่อม เป็นผู้หญิงซะเปล่า...

ประโยคทั้งหมด เรายังจำได้ไม่เคยลืมจนถึงตอนนี้

เรายังจำได้ทุกอย่าง ในขณะที่บางคนอาจจะไม่เคยคิดว่ามันเคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาซะด้วยซ้ำไป 

ถึงแม้ว่า เราจะไม่ได้มีสิ่งของเป็นสิ่งเตือนใจให้คิดถึงมากมายแต่เสี้ยวความทรงจำที่ดีมากมาย  ในเวลาที่ผ่านมา ที่เราเคยมีด้วยกันมันยังอยู่ในใจเราเสมอและ

ไม่เคยจางหายไปเลยซักนิด......

เราจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในช่วงเวลาหายนะพวกนั้น เราจำได้ดี เราจำความรู้สึกที่ต้องไปนอนห่มผ้ากับพ่อเพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆเค้าที่วัดได้ว่ามัน "แย่" ขนาดไหน เพราะมันเป็นวันที่เรากับพ่อจะได้ไปนอนข้างๆเค้า เป็นวันสุดท้าย ..

เค้าไม่มีลมหายใจเหมือนเราอีกต่อไปแล้ว

ความรู้สีกตอนนั้นมันทรมานมาก อยู่ใกล้กันเพียงแค่ " โลง" ไม้บางๆกั้น  แต่คุยกันไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายนึงไม่สามารถรับรู้อะไรที่เราอยากจะบอกได้อีกแล้ว ไม่มีวันแล้ววว..

ตอนเป็นเด็ก เวลาทะเลาะกัน เราจำได้ว่าเราเกลียดมาก เราไม่ชอบเลย  อยากจะให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงหายไปจากโลกซะด้วยซ้ำ เพราะความเป็นเด็ก ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่เราคิดแบบเด็กๆด้วยความโกรธที่ไร้สาระมากจะกลายเป็นความจริงที่ย้อนกลับ มาทำร้ายตัวเองและครอบครัว 

วันนั้น ค่ำวันนั้น วันที่แม่ได้รับโทรศัพท์บอกว่า เค้าโดนทำร้าย เค้าอยู่โรงพยาบาล เค้าอาการหนักอาจจะไม่พ้นขีดอันตราย

สิ่งที่ัรับรู้วันนั้นทำให้เรากลัว และไม่กล้า ที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงเลย จนถึงขั้นที่ไม่ยอมไปหาเค้าทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นโอกาสและ วินาทีสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่กะเค้า แต่เราก็ไม่กล้า ไม่ยอมไปกับพ่อแม่กับพี่สาว ไม่ยอมออกจากบ้าน ไม่กล้าพูดกะใคร พูดได้แค่ว่ามันไม่มีอะไรใช่มั้ย จะไม่เป็นไรใช่ มั้ย เราพูดประโยคพวกนี้ทั้งคืน ทั้งกับตัวเอง และกับน้าข้างบ้านที่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนในตอนดึกที่ทั้งบ้านไปหาเค้ากันหมด

จนตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมทำแบบนั้นไปได้ ทำไม...

           ภาพทุกอย่าง เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานแต่ความรู้สึกแย่ๆมันหายไปหมดแล้ว หลงเหลือแต่ความทรงจำที่เหมือนม้วนวิดิโอ ที่เปิดซ้ำๆพร้อมกับเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม แล้วก็ความรู้สึกดีๆที่มีเคยมีด้วยกัน

          พี่ชาย... ของฉัน                                                              

เค้าไม่ได้ไปไหนเลย เค้าอยู่ข้างๆฉันตลอดเวลา เหมือนทุกครั้งที่ฉันต้องทำอะไรคนเดียว ต้องไปไหนมาไหนคนเดียวบ่อยๆ ฉันไม่เคยคิดกลัวว่าจะเหงาเลยซักนิด ตรงกันข้ามฉันกลับชอบเพราะในความเหงาที่ฉันได้เจอนั้น ฉันรู้ว่าข้างตัวฉันมีพี่คนนี้อยู่กับฉันเสมอ เวลาฉันทำอะไรได้ไม่ดี ผิดหวัง ไม่มีกำลังใจหรือทุกข์ใจ ความคิดถึงจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้ยินคำปลอบโยนจากพี่เสมอ ถึงแม้ว่าเวลาที่เค้ายังอยู่เราจะไม่ค่อยได้คุยกันดีๆหรือแสดงออกว่ารักกันเหมือนพี่น้องทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่ว่าฉันเองก็รู้สึกได้ว่าพี่ชายไม่ได้ไปไหนเลย "เฟิส" ยังอยู่ในใจและอยู่กับฉัน ในทุกที่ที่ฉันไป อยู่กับฉันเวลาฉันทุกข์ใจ

ในเวลาที่ฉันร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ แต่ไม่อยากให้พ่อแม่กับพี่สาวเป็นห่วง  ในเวลาที่ร้องไห้คนเดียว ไม่มีใครรู้ ฉันรู้ว่าพี่ชาย มองเห็น ฉันและกำลังปลอบฉันทุกครั้ง ฉันรู้ว่าเค้าไม่ได้ไปไหนเลย...

เค้ายังอยู่ข้างๆฉันเสมอ..

จนทุกวันนี้ ชีวิตของฉันที่เดินไปพร้อมกะเวลา  ก็ยังมีแรงบันดาลใจหลักมาจากเค้า และ จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่คิดถึง... 

 

edit @ 10 Sep 2011 21:22:38 by FAlLse

น้ำตา..

posted on 25 Mar 2011 18:03 by pariface

เหนื่อย..

posted on 26 Feb 2011 03:05 by pariface
   ทำไม..เวลามีเรื่องทุกข์ใจ หรือ ไม่สบายใจ คนที่เราอยากให้เค้ารับรู้แล้วรับฟังเราดีๆ บ้าง มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังเลยล่ะ  เรารู้ว่า ถึงไม่มีใคร เราจะไม่มีใคร เราก็ยังมีพ่อ แม่ พี่ ที่ห่วงใย รัก เรามากเท่าชีวิตของพวกเขา โดยเฉพาะพ่อกับแม่ เราท้อ เรา เหนื่อย เราอยากได้กำลังใจในการเรียนที่่นี่มากกว่านี้ เรากดดันมากตอนนี้ เรากลัวไปหมด บางคนอาจจะเห็นเราร่าเริง แต่จริงๆแล้ว ข้างในเราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เราเครียด
 จนบางครั้ง เราต้องร้องไห้ออกมา คนเดียว โดยที่ไม่มีใครรับรู้ เราไม่กล้า ไม่กล้าเล่าให้พ่อกับแม่ฟังในบางครั้ง เราเครียดทุกเรื่อง เราเหนื่อย เราล้า เราไม่รู้จะทำยังไงให้มันดีขึ้น เราเหนื่อยมาก เราต้องการหลุดพ้นจากความคิด วงจรแบบนี้ แบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เราเครียด จนเหนื่อย เราร้องไห้บ่อยเกินไป เราเหนื่อย เราท้อ เราเครียด เราต้องการหลุดพ้นจากเรื่องแบบนี้ เราพยายามไม่คิดในแง่ลบ ไม่กดตัวเอง แต่เราก็ทำไม่ได้ซักที เราท้อมากแล้วตอนนี้ ไ่ม่มีใครอยู่กะเราเลย และเราเองก็ไม่กล้าที่จะเล่าให้ใครฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท ที่เราคิดว่าเราเองมีช่องว่าง มีความห่างกับพวกเค้าอยู่มากทีเดียว เราอยากโทไปหาเพื่อน ใครก็ได้ที่พอจะรับฟังเราได้ แต่ตอนนี้ใจเรามันกำลังห้ามตัวอยู่ เพราะ ถ้าเราทำแบบนี้ มันจะเป็นการรรบกวนคนอื่น เพราะมันดึกมากแล้ว...
    เราท้อ เราเหนื่อย เหลือเกิน เราเหนื่อยมาก เราไม่อยากอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องอยู่ เพราะเรากลัว กลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ เสียใจ และผิดหวังในตัวเรา เราอยากให้พ่อแม่ภูมิใจในความเป็นเรา เพราะ พี่ชายเราเองไม่อยู่แล้ว พี่สาวก็กำลังจะแต่งงานมีครอบครัว เราทิ้งพ่อแม่ แล้วก็ ทำให้พ่อแม่ผิดหวังไม่ได้ เราไม่อยากทำ  เราคิดถึงพี่ชาย เราคิดถึงเวลาดีๆๆ ที่เราเคยมีทั้งเมื่อก่อนตอนที่เค้ายังอยู่และตอนที่เรารู้ตัวว่าเราทำอะไรผิดไปแล้วเราคิดถึงเค้า เราควรจะทำยังไง เราสับสนไปหมด เราไม่อยากเป็นแบบนี้เลย เราเหนื่อย เราเครียด เราท้อ ....
 
 
 
 
 
 
ค่าของคน ในฐานะเจ้าของความรู้สึกมันอยู่ตรงไหนกันนะ..

 
เมื่อต้องการก็จะทำให้ได้ทุกอย่าง เพื่อแลกกับสิ่งที่อยากได้
 
 
แต่..เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ ความรู้สึกมันกลับวิ่งลอยหายไปหมด
 
 
ก่อนหน้านั้น..มันวิ่งเป็นวงกลม เชื่อฟัง ไม่หลุดออกไปไหน
 
 
แต่ในตอนนี้...มันหายไป ตามหาไม่เจออีกแล้ว
 
 
ไม่เจอแล้ว จริง จริง 
 
 
ครั้งแรกมันสั่นคลอน ต่อมามันลางเลือน และต่อมามันก็จางหายจน...
 
 
หาย สาบ สูญ  กลายเป็น เกือบ สูญเสีย อีกแล้ว.
 
 

 
 
ป.ล. อุทิศให้ความรู้สึกดีดี ที่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง และตอนนี้หามันไม่เจออีกแล้ว .
 
 
 
 
 

edit @ 29 Jan 2011 01:38:49 by FAlLse

edit @ 29 Jan 2011 01:43:34 by FAlLse

edit @ 29 Jan 2011 17:34:23 by FAlLse

ดิ้นรน

posted on 01 Nov 2010 21:52 by pariface
 "  และสุดท้าย ฉันก็ไม่มีใคร
ฉันได้แต่ทบทวนว่าทำไม
ชีวิตมันต้องเจ็บช้ำ
แค่อยากจะรู้  .. นั้นคืออะไร
ยิ่งฉันเรียนรู้มันมากแค่ไหน
ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจสักอย่างจริงๆ

ไม่เคยเข้าใจ

ยังต้องเรียนรู้มันไปอีกเท่าไร

ในเมื่อสุดท้ายยิ่งรู้
ยิ่งไม่มีใคร  "
 
(เพลง ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ BodySlam)
 
 เคยคิดว่าทำไม คนเราถึงต้องดิ้นรน เพื่อความสุข หรือเพื่ออะไรซักอย่าง

"อะไรซักอย่าง"  ในที่นี้

สำหรับทุกคนแล้ว  มันอาจจะมีความหมายที่แทบจะไม่สามารถบอกออกมาได้หมด
"อะไรซักอย่าง" สามารถเป็นได้ทั้งสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ผิด
 
 
งานภาพพิมพ์สีน้ำบนแผ่นอะคริลิค
(งานภาพพิมพ์สีน้ำบนแผ่นอะคริลิค "ห้วงนิทราสมุทร")
 
 
 
บางทีที่ "บางอย่าง" อาจจะทำให้คนเราเปลี่ยนไป
 
 
บางที "บางอย่าง" นั้นอาจจะเป็นแค่...ลม เศษเสี้ยว หรืออะไรก็ตามที่แทบจะไม่มีตัวตน
 
 
และแทบจะไม่สามารถนับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งหนึ่งบนโลกได้เลย
 
 
แต่ทว่า "บางอย่าง" นั้นมันกลับทำให้เรากลายเป็นคนบ้าได้ในพริบตาเดียว
 
 
ใช่อยู่ว่าสิ่งรอบตัวอาจจะทำให้คนเราเปลี่ยนได้
 
 
แต่ท้ายที่สุดแล้ว "บางอย่าง" นี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนตัวเราเอง
 
 
ไม่ใช่สิ่งรอบข้างหรอก แต่เป็น "ตัวเราเอง"
 
 
บางที "บางอย่าง" อาจจจะคือ "ตัวเราเอง" และ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
 
 
นั้นก็คือ "ความคิด" ของเราเอง

 

 


edit @ 18 Oct 2010 00:19:00 by FAlLse

edit @ 18 Oct 2010 00:23:34 by FAlLse